Fic คนสุดท้าย ( 2 ) จบ
posted on 25 Feb 2008 01:38 by ragness in shortstoryความตายไม่อาจช่วยให้ปรารถนาสุดท้ายของฉันเป็นจริงได้เลย ดังนั้นฉันจึงกลายเป็นดังเช่นทุกวันนี้ เพื่อให้สิ่งสุดท้ายที่ฉันหวังไว้เป็นจริงขึ้นมา จำได้อย่างเลือนรางว่าราวตุลาคม ต้นฤดูหนาวปีนั้นฉันกลายเป็นบุคคลที่ผู้เป็นที่รักทั้งสองของฉันต้องการตัวเป็นที่สุด ไม่เพียงฉันจะสังหารท่านนายกรัฐมาตรี ฉันยังทำการเช่นนั้นกับพระมารดาของเธออีก ฉันฆ่าแม่ของรุกข เธอโกรธมากเพราะนอกจากฉันจะผิดคำพูดว่าจะเป็นกลางในสงครามแล้ว ฉันยังทำสิ่งที่มีแต่เดรัจฉานเท่านั้นที่จะทำ ฉันทำการฆาตกรรมบุคคล ๒ คนที่ สำคัญในชีวิตของเธอ......ฉันเศร้าใจที่ถูกเธอเกลียดชังแต่...
ฉันไม่เสียใจกับการกระทำของตนเองเลย
....อาจจะดีใจกระมัง
ทวีเองก็ประกาศว่าจะเอาเลือดหัวของฉันมาทารองเท้าของเขา ไม่ใช่แค่ฉันทรยศเขาหายสาบสูญแล้วไปเข้ากับกลุ่มบุคคลที่สามที่เรียกตนเองว่า "กลุ่มผู้รักชาติ" แต่ฉัน..ลงมือเผาค่ายของพวกกบฏ เป็นดังปรารถนาว่า.....บิดาที่เป็นอัมพาตของทวีถูกเผาตายในกองเพลิง ด้วยฝีมือของฉัน
ทำในสิ่งที่ต้องทำ
เดินในทางที่ต้องเดิน
เพื่อพวกเธอ.............
ในปีถัดมากองทัพของกลุ่มผู้รักชาติมีขนาดใหญ่ขึ้นมา และเป็นฝ่ายเปิดศึกต่อ พวกราชวงศ์และกบฏ คนกลุ่มนี้ได้รับชัยชนะเรื่อยมา สถานการณ์กลับตาลปัด ว่าบุคคลที่สามกำลังจะเป็นฝ่ายมีชัย แต่ก็สมแล้วที่เป็น รุกข กับ ทวี พวกเขาต้านทานการโจมตีที่รุนแรงและแสนเฉลียวฉลาด ภายใต้การให้คำปรึกษาของฉัน ลิน นักเรียนที่ฉลาดที่สุดในการทำข้อสอบเชิงทฤษฎีจากโรงเรียนการทหาร
หากเป็นฉัน
ก็คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้
ใช่หรือไม่
กลุ่มผู้รักชาติที่มีผู้คนมารวมกันมากมายด้วยความเบื่อหน่ายสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อ ทั้งกำลังคน กำลังทรัพย์สิน กำลังใจ ไร้ข้อบกพร่อง ไม่มีหนทางใดเลยที่จะนำมาซึ่งความแพ้พ่าย
แต่..
แน่นอนว่าการให้คนกลุ่มนี้ได้รับชัยชนะ
....ไม่ใช่เป้าหมายของฉัน
พนันกันหน่อยสิเพื่อนรัก
พวกเธอจะแก้สถานการณ์นี้
อย่างไร.............................
" ถ้าคุณไม่ไป พวกเราก็ไม่มีเวลามาถามเหตุผลให้มากเรื่องหรอกนะคุณลิน" ทหารคนเดิมพูดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะวิ่งออกไปพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน
หากแต่ไม่ทันไร ฉันก็ได้ยินเสียงปืนกลรัวดังลั่นไปทั่วบริเวณ เลือดกระเด็นเข้ามาในเต็นท์ รู้สึกว่าจะมีเศษเนื้อแดงๆติดมาด้วย ฉันก้มลงมองฝ่ามือของตนเป็นครั้งสุดท้าย กลิ่นคาวเลือดจากมือคู่นี้เหม็นคลุ้ง มันอาจจะเป็นอุปทานที่ฉันจะได้กลิ่นจากมือที่ขาวสะอาดคู่นี้ เพราะด้านนอกเองก็มีคนตายเป็นจำนวนมาก แต่ก็นั่นล่ะ ...นี่เป็นกลิ่นเลือดของคนเหล่านั้น เหล่าคนที่น่าสงสาร ตัวเบี้ยของฉัน ตุ๊กตาของฉัน และความหวังของคนบาป.................ดังเช่นตัวฉัน
เอาทุกสิ่งเข้าแลก
โดยเพิกเฉยต่อบาปกรรม
เมื่อก้าวออกนอกเต็นท์บัญชาการ กลิ่นคาวเลือดทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซากศพย้อมสีแดงแห่งโลหิตเกลื่อนกลาด เด่นและสุดตายิ่งกว่าพระอาทิตย์เบื้องบน อา...ใช่สินะ นี่เป็นฤดูร้อน แสงแดดแผดกล้า ทั้งร้อนแรงยิ่งนัก เพลิงผลาญเจิดจ้านั่นเพียงพอที่จะทำให้ทะเลทรายแห่งนี้ส่องประกายสีทองระยับ และความรุ่มร้อนนี้ก็พอที่จะทำให้สนามรบนี่เพิ่มความวิบากยากแค้นยิ่งขึ้น ...............ภาพพระอาทิตย์สุดท้ายในชีวิตทั้งชวนให้หงุดหงิดและสงบใจได้อย่างไม่ทราบสาเหตุ ลมร้อนที่พัดผ่านข้างใบหูชัดเจนจนเกือบได้ยินเป็นเสียงดนตรี อาการของคนที่นอนอยู่ใต้หลุมศพและกำลังจะถูกฝังนี่คล้ายคนเป็นโรคประสาทอยู่เหมือนกันนะ
บัดนี้ร่าง ๒ ร่างที่ฉันปรารถนาจะเห็นเป็นที่สุดในชีวิตปรากฏอยู่เบื้องหน้า
" เธอพร้อมแล้วรึ ลิน" รุกขในชุดเครื่องแบบนายทหารบกสีน้ำตาลแดง ซึ่งฉันพอจะเดาได้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ย้อมมันจนเป็นเช่นนั้น เอ่ยถามฉัน
ฉันพยักหน้ารับ พลางสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเธอ รุกข ยังคงมีดวงตานิ่งเหมือนดั่งน้ำในทะเลสาบเช่นเดิม ท่าทางของเธอยังคงสง่างาม ในฐานะที่เป็นผู้นำ เป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตนเอง หากจะมีที่แปรเปลี่ยนผัน คงเป็นดวงตาคู่นั้น......ที่เศร้าสร้อยเหลือคณา
เศร้าใจ
กับการทรยศเช่นนี้
ใช่หรือไม่ รุกข
สำหรับ ทวี สายตาของเขาต่างกับที่เราเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีก่อน ดูนิ่ง สงบ และเคร่งขรึม เขาเองก็เติบโตมากขึ้น อาจเป็นผู้ชายที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงขึ้นกระมัง...ถ้าเป็นเช่นนั้นจะดีใจมากทีเดียว
ควบคุมตนเอง
กับการถูกหักหลังทำลาย
ใช่หรือไม่ ทวี
" มีอะไรจะพูดมั้ย" ทวีถามขึ้น
" เห็นเธอสองคนสบายดี ก็พอแล้ว" ฉันตอบ แม้ว่าคำพูดของฉันอาจไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือเท่าไหร่ และแม้ว่าฉันจะต้องปกปิดบางสิ่งไว้ ให้มันจากไปพร้อมกับความตายของฉัน แต่กับความรู้สึกที่แท้จริง ฉันยังมีสิทธิอันน้อยนิดที่จะพูดมิใช่รึ อย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าจะพูดไม่ได้อีกต่อไป
" ฉันควรจะจัดการกับตนเองหรือว่า.....พวกเธอ" ฉันยิ้มให้ ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้ว เมื่อฟังประโยคนี้ รุกขกับทวีสบตากันครั้งหนึ่งก่อนที่ทวีจะพูดต่อ
" ฉันกับหมอนี่ รู้ว่า เธอเกลียดพวกเรามาก แต่เราก็ยังอยากรู้เหตุผลของเธอ"
" ฉันไม่มีเหตุผล เป็นแค่คนบ้าเท่านั้น และฉันก็ไม่ได้เกลียดพวกเธอเลย อย่าฟังคำพูดของคนบ้าอีกเลย ปล่อยฉันไปตามทางของฉันเถอะ" พวกเขาเป็นคนดี....รุกข ทวี พวกเธอเป็นคนดี
" ไม่ได้พบกันนาน จะไม่คุยกันเลยรึ" รุกข พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เสียงที่ทำให้ใครๆ รวมทั้งฉันหลงรัก
" นานพอที่จะทำให้พวกเธอวิ่งเต้นกับสงครามงี่เง่า ที่ไม่ได้ก่อประโยชน์ไงเล่า และนานพอที่ฉันจะทำให้ประเทศนี้เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดกลิ่นเนื้อ" มันเป็นความจริงที่ฉันต้องสารภาพ
" ๓ เดือน" ทวีพูด " ถ้าฉันกับหมอนี่ร่วมมือกันช้าไปสามเดือน เธอจะชนะ..ลิน"
" พวกเธอคิดถูกที่ร่วมมือกันแต่.......ออกจะผิดแผนของฉันไปมาก ที่คู่แค้นมาจับมือกัน .....น่าเสียดายจริงๆ"
ฉันเป็นคนบาปจริงๆ
บาปที่ทำให้แม้แต่ปากกับใจ
ก็ไม่อาจทำให้ตรงกันได้
" เธอคิดว่าเราจะฆ่าเธอใช่มั้ย" รุกขถาม
" ในฐานะผู้แพ้ ในฐานะคนทรยศ มันควรเป็นเช่นนั้น ..พวกเธอเป็นคนดี แม้กับฉันซึ่งเป็นคนสร้างสงครามนองเลือดแบบทุเรศๆนี่ จำได้มั้ยรุกข ฉันใช้มือคู่นี้หักคอแม่ของเธอ และใช้มีดแทงพ่อทูลหัวของเธอ ซ้ำยังตัดคอเสียบประจานแทนธงของกองทัพ จำได้มั้ยถึงภาพนั้นน่ะ สายตานั้นน่ะ แล้วรอยยิ้มของฉันที่สะใจเป็นที่สุดกับการกระทำของตนเอง อย่าบอกนะว่าเธอลืมไปแล้ว ...ทวี อย่างที่เธอรู้ ฉันเผากองทัพของเธอถ้าจำไม่ผิดคนตายไป ร้อยกว่าคนในกองไฟ ...อ้อ...พ่อที่แก่ชราและเป็นอัมพาตของเธอก็ด้วย สีหน้า เธอที่เจ็บปวดอย่างสุดซึ้งในตอนนั้น ฉันยังจำได้ดีทีเดียวนะ"
ด้วยคำพูดที่เลวร้าย บรรยากาศกลับมาตึงเครียด จะให้ฉันทำอย่างไรได้ในเมื่อสองคนนี่กำลังจะ ใจอ่อนให้กับศัตรู ที่ต้องฆ่าให้ตายเป็นคนสุดท้าย
ฆ่าฉัน
สังหารฉัน
ปล่อยให้บางเรื่อง
จบลงเสีย
.....เสียงรถถังดังเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงปืนและคน กองหนุนตามหลังมาแล้ว และไล่หลังมาด้วยเสียงโห่ร้องก้องกู่ เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวกับการขอให้ผู้นำประหารที่ปรึกษาของฝ่ายศัตรู อย่าลังเลอีกเลย...
" เราจะไม่ฆ่าเธอ ต้องพาเธอกลับไปสอบสวน" ทวีพูดขึ้น
" อาจจะมีกองกำลังข้าศึกหลบซ่อนอยู่อีก จับเธอกลับไป เราต้องการข้อมูล" รุกขหันไปพูดกับนายทหารคนสนิทของเธอ ทหารสองคนนั่นเดินเข้ามาจับฉันไว้
ทันใดนั้น น้ำตาของฉันไหลท่วมท้นออกมา ...............ทำไมถึงไม่ฆ่าฉัน ฉันต้องการตาย เธอสองคนบ้าไปแล้วหรือไร
" พวกเธอต้องฆ่าฉัน ฉันไม่มีอะไรจะพูด! กองทัพนี่พินาศหมดแล้ว! ไม่มีอะไรอีกแล้ว ฆ่าฉันสิ! ยิงฉันให้พรุน! ตัดหัวของฉันฝังไว้ที่นี่! ให้ฉันเป็นคนสุดท้าย!" ฉันร้องโวยวาย ไม่พอใจกับคำพูดของสองคนนั่น และเพราะความร้อนของดวงอาทิตย์ที่ยิ่งจะแผดเผาฉันให้มอดไหม้ คลุ้มคลั่ง และกลายเป็นนังบ้าไป ฉันกระโจนหลุดจากการพันธนาการของนายทหารทั้งสอง กระชากคอเสื้อของรุกข เขย่าตัวเธออย่างแรง ปากก็ร้องตะโกนให้ฆ่าฉันให้ตายๆไปซะ ทวีพยายามมาดึงฉันออกไป แต่ฉันก็ชกหน้าเขาที่ไม่ทันตั้งตัวจนล้มคว่ำ ฉันชกหน้าของรุกข จนเธอลงไปนอนอยู่บนทรายและเกือบจะใช้เท้ากระทืบเธอซ้ำแต่.....
เสียง
ดังก้อง
ร่างของฉันรู้สึกเจ็บระบมไปทั่ว เมื่อมองลงไปตามร่างกายของตนกลับมีเลือดไหลออกมาราวกับว่า มันเป็นทั้งหมดที่ฉันมี ฉันรู้สึกได้แม้จะไม่รู้ว่ากี่นัด แต่ก็มากพอที่จะจบ .............
ในขณะที่ล้มลง รู้สึกได้ว่ารุกขกับทวี เข้ามาประคองร่างนี่ไว้ แม้ว่าจะรู้สึกถึงเสียงเครือของพวกเขาแต่โสตประสาทที่ถูกทำลายของฉันไม่อาจรับรู้ว่าบุคคลผู้เป็นที่รักทั้งสองของฉันพูดอะไร ไม่เป็นไร ฉันยังมีใบหน้าของพวกเขา จะจำทุกอย่างของพวกเธอแม้จะต้องเดินทางต่อไปจนสุดนรก เพื่อนที่รักของฉัน สวรรค์เอย นรกเอย ฉันไม่ต้องการจะพูดว่าบาปกรรมที่ฉันก่อเพื่อพวกเขา ฉันเป็นเพียงคนที่ตามใจตนเอง ฉันอยากเห็นใบหน้าที่มีความสุขของรุกข ของทวี ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเห็นแก่ตัว
" เรา....พ....เพื่...." เราเป็นเพื่อนกัน ฉันอยากพูดเช่นนั้นต่อรุกขกับทวี ที่กอดฉันไว้แน่น อา....ใช่เคยมีเรื่องแบบนี้ เราสามคนเคยกอดกันแบบนี้ อ้อ....ครั้งที่หนีไปนอนดูดาวบนดาดฟ้าอาคารเรียนด้วยกัน มันสั้นและเป็นสุขจนฉันลืมเลือนไปแล้ว......
นี่มัน เกิดสุริยคราสขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันมองไม่เห็นหน้าพวกเธอเลย ไม่เอานะ ฉันยังไม่อยากตาย ฉันต้องการมีชีวิต แม้จะถูกเกลียด ถูกชิงชัง แต่ฉันรักพวกเธอนะ อย่า...ได้โปรด ...อย่าปล่อยให้ฉันต้องเดินทางเพียงลำพัง
ตอนนี้... ทุกอย่างมืดสนิท ร่างกายเบาและหนักจนไม่เหลือความรู้สึกอื่นใด คำพูดสุดท้ายของท่านนายกฯ ดังก้องขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง
" ฉันสลับตัวพวกเขาเอง ถ้าเธอฆ่าฉันพระราชินีกับนายวัลลาจะเปิดเผยความจริง ทีนี้คงจะสนุกกันล่ะ" ใช่......คำพูดประโยคนี้เองที่ผลักฉันมาที่นี่ มาสู่สุสานแห่งนี้ ......เพราะมัน....ฉันเกลียดมัน..พระเจ้าโหดร้ายที่ให้ฉันต้องมารับรู้เรื่องบ้าๆพวกนี้...ถ้าไม่รู้ฉันก็ไม่ต้องตาย................................................
ไม่ใช่สิ...
ตัวฉันต่างหาก
ฉันเองที่พาตนเองมาสู่ความสำเร็จ
มาสู่ปรารถนาสุดท้ายของฉัน
ความหวังที่เป็นจริงของฉัน
พวกเขาจะต้องโศกเศร้าแน่ ต้องทุกข์ทรมานแน่ๆ ถ้ารู้ว่าตนต่างก็สังหารครอบครัวของตนเอง ฆ่าและทำลายผู้คนที่ควรจะอุปถัมภ์ตนเอง.......ให้ฉันเป็นผู้ผิดดีกว่า ให้มือของฉันเน่าเหม็นและแดงไปด้วยเลือดของผู้คนที่พวกเขารักดีกว่าที่จะให้.......พวกเขาต้องร้องไห้
ให้รุกขยังคงเป็นพระราชินีผู้สร้างชาติ
ให้ทวียังคงเป็นท่านนายพลใหญ่ผู้สามารถ
ให้เส้นทางแห่งชีวิตพวกเขา ยังคงเดินหน้าต่อไปได้
สวรรค์ได้ให้โอกาสที่ดีสุดแก่ฉันแล้ว ให้ฉันเป็นคนสุดท้ายที่ตายในสงครามบาปนี้ ให้ฉันเป็นคนสุดท้ายที่ได้ล่วงรู้ความลับนี้ และให้ฉันเป็นคนสุดท้ายที่จะรักพวกเขาได้อย่างมากมายถึงเพียงนี้
ส่งผ่านใจถึงใจ
ส่งผ่านรักถึงรัก
ฉันจะอยู่ที่นี่
ฝังร่างลง ณ ที่นี้
เป็นคนสุดท้าย
ของพวกเธอ